
URBAN RESILIENCE TOOLSเครื่องมือเอาตัวรอดของคนเชียงใหม่
ฝุ่นมาทุกหน้าแล้ง น้ำมาทุกหน้าฝน ระหว่างที่รอการแก้ที่ต้นทาง เราทำของให้คนเมืองรอดไปก่อน





ต้นทางต้องแก้ แต่วันนี้คนต้องรอดก่อน

ผมทราบดีว่าปัญหาพวกนี้ต้องแก้ที่ต้นทาง ฝุ่นมาจากการเผา ถ้าจะให้จบจริงต้องลดการเผา ส่งเสริมการเกษตรทดแทน พืชหมุนเวียน ส่วนน้ำป่าน้ำท่วมก็ต้องปลูกป่า ฟื้นต้นน้ำ แล้วยังมีภาวะโลกรวนที่ทำให้ทุกอย่างแรงขึ้นทุกปี
เรื่องพวกนี้ใหญ่เกินกว่าเทศบาลจะทำได้ลำพัง แต่ผมจะช่วยผลักดันเต็มที่ ในทุกเวทีที่ไปถึง
แต่ระหว่างที่รอต้นทางแก้ เราในฐานะคนที่ยังต้องกิน ต้องนอน ต้องส่งลูกไปโรงเรียน ต้องเปิดร้านทุกวัน จำเป็นต้องรอดไปก่อน
ปลายทางอย่างเมืองเชียงใหม่จะ..ต้องรอด
ต้องรอดเลยเป็นโปรเจกต์ที่ออกแบบเครื่องมือรับมือกับภัยธรรมชาติที่คนเมืองเชียงใหม่ต้องเจอ ทำเองที่ Playground ด้วยของที่หาซื้อได้ในเมือง ราคาที่ชาวบ้านจับต้องได้ และประกอบเองได้

ปัญหาที่เมืองนี้เจอซ้ำทุกปี

ฝุ่น PM2.5
ค่าฝุ่นในบ้านขึ้นไปถึงระดับอันตรายได้ทั้งที่ปิดประตูหน้าต่างหมดแล้ว คนที่เจอหนักสุดคือเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และคนที่ไม่มีเงินซื้อเครื่องฟอก

น้ำท่วม น้ำท่วมขัง
ฝนตกหนักสองสามชั่วโมงน้ำก็ขังแล้ว ไม่ต้องรอน้ำปิงล้น หลายซอยในเขตเทศบาลท่วมซ้ำที่เดิมทุกปี และชาวบ้านรู้ดีกว่าใครว่าจุดไหนท่อตัน
ของที่ทำออกมาแล้ว
ทุกชิ้นเริ่มจากปัญหาที่ผมเจอเองที่บ้าน แล้วค่อยขยายไปให้คนอื่น
ห้องปลอดฝุ่นชุมชน POSITIVE PRESSURE ROOM


หลักการทางวิทยาศาสตร์ที่มีงานวิจัยรองรับ เติมอากาศสะอาดที่ผ่านไส้กรอง HEPA เข้าไปในห้องปิดมิดชิด จนความดันในห้องสูงกว่าข้างนอก ฝุ่นก็เข้ามาไม่ได้ ห้องจะเล็กหรือใหญ่ก็ใช้หลักเดียวกัน
เราเริ่มจากทดลองที่ Playground วัดค่าได้จริงว่าข้างในต่ำกว่าข้างนอกหลายเท่า แล้วค่อยไปติดให้บ้านจริง โรงเรียน ศาลาวัด ที่ทำการชุมชน ฯลฯ กระจายไป เพื่อให้แต่ละที่เป็นห้องปลอดฝุ่นชุมชน ให้คนที่บ้านไม่มีห้องปิดได้มีที่หลบฝุ่นใกล้บ้าน หน้าฝุ่นที่ผ่านมาเราจัดทำห้องปลอดฝุ่นชุมชนมาแล้วเกือบ 20 ที่ ทั่วเมืองเชียงใหม่
ใช้งานจริงแล้ว




มุ้งสู้ฝุ่น DIY ประกอบง่าย ใช้งานได้จริง
ไม่ใช่ทุกคนจะมีห้องมิดชิดอยู่อาศัย หลายคนนอนในที่โล่ง เช่น ใต้ถุนบ้าน ชานบ้าน ไม่มีห้องนอน เราศึกษางานวิจัยจากคณะวิศวะฯ มช. แล้วทดลองจนรู้ว่า มุ้งที่บ้านมีอยู่แล้ว เราแค่เพิ่มพัดลมอัดอากาศ ไส้กรอง HEPA และท่อลม ต่อเข้าไปในมุ้ง กลางคืนที่ฝุ่นหนักที่สุด คนในมุ้งก็ได้หายใจอากาศที่กรองแล้ว ถึงแม้จะไม่ดีเท่าห้องปลอดฝุ่น POSITIVE PRESSURE ROOM แต่อย่างน้อยก็ ดีกว่าไม่มีมากๆ และดีกว่าเปิดเครื่องฟอกในที่โล่งๆ
หน้าฝุ่นที่แล้ว เราจัดเป็นเซ็ทกล่อง DIY หนึ่งกล่องมีครบ ไส้กรอง พัดลม ท่อ เข็มขัดรัด ฐานอะคริลิก และมุ้ง เปิดกล่องแล้วประกอบเองได้ตามคลิป ทีมอาสาช่วยกันแพ็กที่ Playground แล้วจัดส่งให้พรรคประชาชนนำไปส่งมอบผ่านตัวแทนของพรรค เช่น สส. ทั่วภาคเหนือ จำนวน 100 ชุด
ส่งมอบแล้ว






กล่อง TR (ย่อมาจาก Tong Rod 5555+) ต่อยอด ด้วยตัวควบคุมห้องปลอดฝุ่น ออกแบบและพิมพ์เอง

ห้องปลอดฝุ่นจะดีแค่ไหนก็ต้องรู้ว่าข้างในค่าเท่าไหร่ กล่อง TR คือกล่องเล็ก ๆ ที่เราเขียนโปรแกรมเอง พิมพ์กล่องเอง มีเซนเซอร์วัด PM2.5 ในห้อง อุปกรณ์ชุดควบคุมเครื่องฟอกอากาศ ติดตั้งในห้องปลอดฝุ่น สั่งได้ให้เปิดตอนอากาศแย่แล้วปิดเมื่อค่าpmลดลงจนเป็นที่น่าพอใจ เหมาะกับคนขี้เกียจมอนิเตอร์ว่าควรเปิดเครื่องฟอกเมื่อไหร่ดี เราก็แค่ตั้งไว้ว่าเกิน60ให้พัดลมเปิดเลย และต่ำกว่า10ก็ค่อยปิด (หรือเท่าไหร่ก็ได้ตามใจ) ทีนี้ เราก็จะอยู่ในห้องที่ค่าฝุ่นไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพทั้งปี เนี่ยแหละ เทคโนโลยีง่ายๆ ที่ตอบโจทย์เมืองเชียงใหม่
ชุดหนึ่งมีกล่อง TR อะแดปเตอร์ และตัวสั่งพัดลม ใส่ถุงเดียวส่งได้เลย
ทดลองใช้งานจริงแล้ว

แผงกั้นน้ำท่วม DIY กำลังทดลอง



หน้าฝนปีที่แล้วน้ำเข้าบ้านผมเอง กระสอบทรายทั้งหนัก ทั้งรั่ว ทั้งเก็บไม่ได้ เลยลองนำแผง ISOWALL มาตัดให้ได้ขนาดที่ต้องการ แล้วแปะติดกับเสาประตูบ้าน ถอดเข้าออกด้วยน็อตขนาดM10 เจาะสี่มุมเข้าที่ขอบประตูเหล็ก ยึดด้วยรีเว็ทนัท น้ำมาก็ติด-น้ำลดก็ถอดเก็บ คนเดียวยกได้สบายๆ
ตอนนี้ติดทดลองที่ประตูรั้วบ้านจริงแล้ว รอฝนรอบหน้ามาพิสูจน์เรื่องน้ำซึมตรงรอยต่อกับพื้น ซึ่งวางแผนว่าเราสามารถยาแนวด้วยอะคริลิคใสได้อยู่แล้ว และพร้อมที่จะเริ่มเฟสถัดไปด้วยการขยายสเกลไปติดตั้งตามที่ต่างๆในเมืองเชียงใหม่ที่ร้องขอ อาจจะมีค่าใช้จ่ายค่าของเล็กน้อย หรือ มีผู้ใหญ่ใจดีสนับสนุน 🥺
ทดลองอยู่



โครงการ "รอระบาย" Rorabye Project
ชุมชนวัดเกตและสันป่าข่อย · ตุลาคม 2568



น้ำท่วมขังแก้ไม่ได้ด้วยการแค่นั่งดูแผนที่ในสำนักงาน จริงๆแล้ว คนที่รู้ว่าท่อไหนตัน ซอยไหนท่วมก่อน คือคนที่อยู่ตรงนั้นทุกวัน "รอระบาย" เลยเริ่มจากการไปฟัง
เราเอาภาพถ่ายดาวเทียมของชุมชนขยายใหญ่เท่าตัวคน ตั้งกลางศาลาวัดเกตการาม ชาวบ้าน 50 กว่าคนเดินมาแปะโพสต์อิทจุดที่บ้านตัวเองเดือดร้อน จบวันเดียวได้แผนที่ความเดือดร้อนที่ไม่มีหน่วยงานไหนมี หรือAIยี่ห้อไหนก็วิเคราะห์ให้ไม่ได้ แถมเรายังได้รายชื่อคนที่อยากเป็น "อาสาสมัครรอระบาย" ในซอยของตัวเอง
อาสาสมัคร 30 คนในชุมชน ถูกอบรมให้เป็นนักสำรวจน้ำ เดินเป็นคู่คุยทีละบ้าน รู้ว่าท่อไหนตัน ลำเหมืองไหนตื้น แล้วรายงานเข้า LINE กลางได้ทันทีที่ฝนตก ข้อมูลจากชาวบ้านขึ้นเป็นแผนที่น้ำท่วมของชุมชนแบบรายวัน ที่เทศบาลเปิดดูได้ว่าต้องไปขุดลอกตรงไหนก่อน
จากนั้นชาวบ้านกับช่างและนักประดิษฐ์ออกแบบอุปกรณ์เตือนระดับน้ำต้นทุนต่ำด้วยกัน ติดตั้งจริง 8 ถึง 10 จุดเสี่ยง น้ำขึ้นถึงขีดไฟก็ติด แจ้งเข้ากลุ่ม LINE ชุมชน ชาวบ้านรู้ก่อนน้ำเข้าบ้านเป็นชั่วโมง ยกของทัน
และพอจบ 5 เดือน ชุมชนดูแลระบบนี้ต่อเองได้ โดยไม่ต้องรอใคร เป็นต้นแบบที่ยกไปใช้กับชุมชนอื่นในเมืองได้เลย
แต่โปรเจกต์หยุดที่เดือนแรก
งบมีแค่เดือนเดียว ส่วนที่เหลือทั้งหมดจึงยังอยู่บนกระดาษ
แผนที่ความเดือดร้อนที่ชาวบ้านช่วยกันทำวันนั้นยังอยู่ รายชื่ออาสาสมัครยังอยู่ วิธีคิดก็ยังอยู่ ให้ชุมชนเป็นเจ้าของกระบวนการ และข้อมูลจากวันนั้นคือจุดตั้งต้นของเครื่องมือน้ำท่วมทุกชิ้นที่กำลังทำ




บ้านคุณก็ต้องรอด
ของทุกชิ้นในหน้านี้ไม่ได้มีไว้โชว์ มันมีไว้ใช้ ถ้าบ้านคุณ ร้านคุณ ชุมชนคุณอยากทดลอง หรือสนใจร่วมเป็นผู้พัฒนา ร่วมลงทุนในวิสาหกิจเพื่อสังคม สามารถทักมาคุยได้เลยครับ
สนใจทักมาคุย